ดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก

 

วันนี้ทีมงาน สโบเบ็ต เราขอนำเสนอเรื่องราวที่ทุกคนต้องอยากที่จะรู้อย่างแน่นอน  เป็นเรื่องราวที่ทุกคนสนใจกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียว  กับเรื่องราวของเมื่อฤดูกาลที่แล้วของพรีเมียร์ลีกที่ทำเอาเหล่าแฟนบอลต้องลุ้นเหมือนกับการแข่งขันในลีกเลยจริง เรื่องราวของดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2016-17 ที่แน่นอนแล้วว่าตกเป็นของ กองหน้าเบอร์หนึ่งทีมชาติอังกฤษและท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ส อย่าง แฮรรี่ เคน  ที่ลงสนามช่วยให้สเปอรส์คว้ารองแชมป์ได้แล้ว ยังครองดาวซัลโวพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาลที่ผ่านมาด้วย ด้วยจำนวนสกอร์ที่ซัลโวไปได้ถึง 29 ประตู  อันดับที่สองก็ตามมาเช่นเดียวกัน ที่ต้องบอกเลยว่าเขาคนนี้เป็นยอดกองหน้าสมชื่อตัวใหญ่ยิงดียิงหนักอย่าง โรเมลู ลูกากู ที่ทำให้สาวกเอฟเวอร์ตัน ภูมิใจจริงเขาสามารถช่วยทีมได้อย่างยอดเยี่ยมในแดนหน้า ปีที่แล้วยิงไป 25 ประตูด้วยกัน คนต่อมา เป็นของ อเล็กซิส ซานเชช ของเหล่าสาวกเดอะกันเนอรส์  อาร์เซนอล ถึงแม้ว่าเจ้าตัวจะมีปัญหาต่างๆมากมายก็ตาม แต่เจ้าตัวก็ช่วยให้ อาร์เซนอล คว้าที่ 5 และยิงไปได้ถึง  24 ประตู  คนที่สี่บอกเลยว่า เป็นใครไปไม่ได้ เขาต้องมีชื่อติดอันดับดาวซัลโวประจำทุกปีทุกฤดูกาล  ดีเอโก้ คอสต้า กองหน้าดาวยิงร่างใหญ่จากเชลซี เมื่อฤดูกาลที่แล้วเป็นไว้วางใจของทุกคนในแดนหน้าเสมอมา เขาก็ไม่ได้ทำให้แฟนบอลสิงห์บลูผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ได้ครองแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และซัลโวถล่มประตูคู่แข่งไปได้ถึง 20 ประตูการันตีได้เลยว่าเขายังเป็นกองหน้าที่เชลซียังต้องการใช้งานอยู่เหมือนเดิม  คนที่ห้าก็ตามอีกเช่นเคยกับ พี่บ่าววี แห่งเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อย่าง เซอร์คีโอ กุน  อะกูเอโร ที่ช่วยทัพเรือใบสีฟ้ามาโดนตลอดโดยยิงไปทั้งหมด  20 ประตูเช่นเดียวกับ คอสต้า ของเชลซี  และมีสองคนที่สามารถสร้างความประหลาดให้กับทุกคนที่เป็นคอบอลพรีเมียร์ลีกเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น เดลี่ อัลลี ที่ลงช่วยสเปอร์สคว้ารองแชมป์ได้เป็นผลสำเร็จและพร้อมด้วยการซัลโวที่หมดจดไปถึง 18 ประตู และอีกหนึ่งคนด้วยวัยเลขสามเข้าไปแล้วแต่สภาพร่างกายของเขาแข็งแรงเป็นอย่างมาก ทำเหล่าแฟนผีแดงปลาบปลื้มใจไม่น้อยเลยทีเดียว กับการมาของเฮียตัน ชลาตัน ฮิบราโมวิช ที่ซัลโวไปถึง 17 ประตูด้วยกัน  ฤดูกาลนี้เราก็ต้องมาติดตามกันต่อไปว่า ใครจะครองแชมป์พรีเมียร์ลีก รวมไปถึงอยากให้ติดตามอันดับดาวซัลโวด้วย เพราะปีนี้มีการย้ายทีมกันเยอะพอสมควร ที่แน่นอนว่าผ่านไปสองนัด ลูกากู ที่ย้ายจากเอฟเวอร์ตัน มาอยู่แมนยูไนเต็ด ซัดไปแล้ว 3 ประตูด้วยกัน

เน้นเกมหนัก!! หงส์แดงเตรียมบุกถิ่นแมวดำ

เกมพรีเมียร์ลีก ในสัปดาห์นี้นั้น ระหว่าง ซันเดอร์แลนด์ เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ ลิเวอร์พูล ซึ่งในเกมคู่นี้นั้นทางด้านหงส์แดงนั้นก็จะเน้นเกมหนัก โดยจะส่ง ลัลลาน่านั้นเป็นตัวเคลื่อนเกม เพื่อที่จะได้เก็บสามแต้มสำคัญอันนี้ไปให้ได้ ซึ่งคู่นี้นั้นก็จะเตะกันในวันจันทร์ ที่ 2 มกราคม 2560 นั่นเอง

การนำทีมของ เดวิด มอยส์ ที่มาคุมทีมซันเดอร์แลนด์ นั้น ซึ่งก็ทำผลงานน่าผิดหวังมาหลายเกมแล้วนะครับ ซึ่งตอนนี้ก็ยังคงรั้งอันดับโซนตกชั้นไว้อยู่นั่นเอง ความพร้อมของทีมในตอนนี้นั้น ลามีน โกเน่ กับ วิคเตอร์ อนิเชเบ้ ก็ยังคงต้องรอประเมินความฟิตอีกครั้งนะครับว่าจะสามารถที่จะลงแข่งขันในเกมนี้ได้หรือไม่ แถมก็ยังคงมีนักเตะที่มีอาการบาดเจ็บอยู่มากเช่นกัน ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าในเกมนี้ เดวิด มอยส์นั้นจะปรับกองทัพยังไงให้สามารถแข่งขันกับลิเวอร์พูลได้นั่นเอง ส่วนความพร้อมล่าสุดของลิเวอร์พูลนั้น การนำทีมของ คล็อปป์ นั้นก็สามารถที่จะเก็บชัยชนะ 4 เกมติดต่อกันได้นะครับ ซึ่งในเกมล่าสุดนั้นก็สามารถที่จะเอาชนะทีมใหญ่อย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้มาได้ 1-0 ซึ่งก็ยังคงตามจ่าฝูงเชลซีอยู่ 6 แต้มด้วยกัน โดย ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ และ มาติป นั้นก็ยังไม่พร้อมที่จะลงสนามในเกมนี้ ส่วนนักเตะตำแหน่งอื่นๆ ก็คิดว่าน่าจะใช้เหมือนเดิมไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย และในเกมนี้ผมมองว่า ฟอร์มการเล่นของลิเวอร์พูลนั้นก็น่าจะแข็งแกร่งกว่าอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้ว่าสถิติของลิเวอร์พูลนั้นจะแพ้ให้กับทีมท้ายตารางซะส่วนใหญ่ แต่เชื่อเถอะว่าเกมนี้ ลิเวอร์พูลจัดหนักจัดเต็มแน่นอน แปลและเรียบเรียงโดยเว็บไซต์ ดูบอลสด ดูบอลออนไลน์

เชลซีระเบิดฟอร์มเอาชนะ สโต๊ด ยับ 4-2 รั้งจ่าฝูง

สิงโตน้ำเงินคราม ก็สามารถที่จะรั้งบัลลังก์จ่าฝูงได้ต่อไปอีกแล้วนะครับ ซึ่งในเกมนี้ก็ได้เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ สโต๊ด ซิตี้ ซึ่งก็สามารถที่จะยิงกระจุย 4-2 พร้อมสามารถที่จะเก็บชัยชนะ 13 นัดติดต่อกัน ซึ่งคาดการณ์กันว่าเชลซีน่าจะครองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก กันแบบยาวๆ ต่อเนื่องกันไปนั่นเอง

การคุมทีมของ อันโรนิโอ คอนเต้ นั้นก็สามารถที่จะแสดงให้เห็นว่าสามารถนำพาเชลซีนั้นประสบความสำเร็จได้อย่างเห็นได้ชัดซึ่งในเกมนี้นั้นในช่วงครึ่งแรกนั้นก็เปิดเกมมาได้แค่ 6 นาทีเท่านั้น ทาดง้านเจ้าบ้านนั้นก็มีโอกาสที่จะเปิดทักทายทีมเยือนไปก่อนนะครับ โดยทางด้าน วิลเลี่ยนนั้นก็ได้ไหลบอลมาให้กับ ก็องเต้ ก่อนที่จะดีดออกเสาไปนิดเดียวเอง ดูเหมือนในเกมนี้นั้นทั้งสองทีมเกมก็น่าจะสู่สีกันมาก เพราะทางด้านสโต๊ค ซิตี้ เองนั้นก็มีโอกาสในการทำประตูอยู่เช่นกัน ซึ่งทางด้าน ชาร์ลี อดัม นั้นก็ได้เล่นลูกสูตรจากฟรีคิกมาให้ ชากิรี่ ก่อนที่จะวิ่งเข้ามายิงข้ามคานออกไปน่าเสียดาย แต่แล้วในนาทีที่ 33 ทางด้านเจ้าถิ่นก็สามารถที่จะทำประตูขึ้นนำไปได้ก่อนนะครับ 1-0 โดยลูกนี้ เชล ฟาเบรกาส นั้นก็ได้เปิดลูกเตะมุมมาให้ เคฮิลล์เข้ามาโหม่งเข้ากรอบไปนั่นเอง จบเกมในช่วงครึ่งแรก เชลซีขึ้นนำไปก่อน 1-0 เปิดเกมครึ่งหลังมาได้แปปเดียวทางด้านสโต๊ด ซิตี้ นั้นก็สามารถที่จะตีประตูเสมอได้สำเร็จ 1-1 โดย บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้ นั้นก็ได้ซัดเข้ากรอบไปนั่นเอง แต่แล้วทางด้านเชลซีก็ไม่ยอมนะครับก็มาได้ประตูขึ้นนำอีก โดยในลูกนี้นั้น ทางด้าน วิลเลี่ยน ก็ได้ตวัดยิงด้วยซ้ายเข้ามุมไปอย่างสวยงาม 2-1 แต่แล้วถัดมาไม่เท่าไรทางด้านสโต๊ด ซิตี้ นั้นก็มาได้ประตูตีเสมออีก ซึ่งลูกนี้ทางด้าน ปีเตอร์ เคร้าช์ ก็ซัดเข้ากรอบไปเน้นๆ เข้ากรอบไปอย่างสวยงาม 2-2 แต่สุดท้ายแล้วทางด้านเชลซีนั้นก็มายิงเพิ่มได้อีก 2 ลูก โดยในนาทีที่ 65 ทางด้านวิลเลี่ยนก็ได้ยิงประตูที่ 3 ให้กับเชลซีไป ส่วนอีกลูกนั้น โดยคอสต้านั้นก็ได้หวดเข้ากรอบไปเป็นลูกปิดท้ายที่สวยงามจบเกม เชลซีเปิดบ้านเอาชนะ สโต๊ด ซิตี้ไป 4-2 เก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จพร้อมรั้งจ่าฝูงอีกครั้ง เรียบเรียงข้อมูลโดยทีมงาน sbo ประเทศไทย

เชลซีเตรียมทุ่มเงิน คว้าตัว เวอร์กิน ฟาน ไดจ์ค

เชลซี sbobet สำนักข่าวชื่อดัง ได้มีข่าวลือหลุดออกมาอีกแล้วนะครับ ซึ่งล่าสุดนั้นตอนนี้ก็กำลังที่จะกำลังวางแผนปาดหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในการล่าตัว เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค นักเตะของเซาธ์แฮมป์ตัน มาร่วมทีมนะครับ ซึ่งทางด้าน คอนเต้ นั้นก็ได้มองเป็นเป้าหมายหลักที่จะดึงตัวมาเสริมทัพให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

โดยในตอนนี้นั้นก็กำลังที่จะยื่นข้อเสนอต่างๆ ให้กับทาง เซาธ์แฮมป์ตัน ซึ่งงานนี้เชลซี นั้นก็น่าจะทุ่มเม็ดเงินจำนวน 60 ล้านปอนด์กันเลยทีเดียว  เพื่อที่จะหวังปาดหน้าการล่าตัวของ เรือใบสีฟ้า ซึ่งในตอนนี้ก็กำลังที่จะจับต้องคว้าตัวมาร่วมทีมอยู่นั่นเอง โดยสถานการณ์ในตอนนี้ของเชลซี นั้นก็ถือว่ายังทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องนะครับ ซึ่งตอนนี้ก็สามารถที่จะรั้งอันดับ 1 ของตารางพรีเมียร์ลีก ได้หลายสัปดาห์แล้วนะครับ  โดยมีอยู่ 49 คะแนน ซึ่งงานนนี้คอนเต้ เองก็อย่างที่จะดึงตัว เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค มาร่วมทีมเป็นอย่างมาก ด้วยฟอร์มการเล่นสามารถที่จะทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว ในเกมที่ นักบุญ นั้นได้พ่ายให้กับ เวสต์บอรมวิช เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานั้น  ฟาน ไดจ์ค นั้นก็ได้โดนไล่ออกสนามไป ซึ่งเป็นใบแดงแรกที่ได้มาร่วมเล่นในศึกพรีเมียร์ลีก นับได้ว่าตอนนี้ นักบุญนั้นก็ต้องขาดนักเตะที่มากฝีมือไปอีกคน เพราะตอนนี้ เซาธ์แฮมป์ตัน เองฟอร์มการเล่นก็ถือว่ายังคงทำผลงานไม่ดีสักเท่าไรนัก อย่างไรก็ตามนั้นก็คงต้องติดตามกันต่อไปนะครับว่าทางด้าน เชลซีนั้น การนำทีมของ คอนเต้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าข่าวที่ออกมานั้นจะเป็นความจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นก็คงต้องติดตามกันต่อไปนั่นเอง

เกมรุกหงส์ไม่ยวบแน่นอน หลังไร้เงาของ มาเน ในช่วงหลังปีใหม่

ก็เป็นที่ทราบกันดีแล้วนะครับว่าในช่วงเดือนมกราคมนี้นั้น ทางด้านลิเวอร์พูลนั้นก็จะต้องไร้เงานักเตะแนวรุกคนเก่งอย่าง ซาดิโอ มาเน นั้นที่จำเป็นจะต้องเดินทางไปช่วยทีมชาติที่บ้านเกิดในประทศ กาบอง นั่นเอง

โดยการไร้เงาในครั้งนี้นั้นแผนการเล่นของลิเวอร์พูลการคุมทีมของคล็อปป์นั้น ซึ่งก็ทำให้หลายๆ คนมองว่าน่าจะเป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่จะได้พิสูจน์ผลงานของคล็อปป์นะครับ ซึ่งการขาดตัวหลักในครั้งนี้ของ หงส์แดงนั้นน่าจะมีปัญหานิดหน่อย แต่ก็เชื่อว่านักเตะที่ยังอยู่นั้นก็จะสามารถที่จะช่วยทีมให้ประสบความสำเร็จได้นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้น โอริกี้ นักเตะศูนย์หน้าดาวรุ่งของทีมนั้น ก็ได้ออกมาพูดแล้วนะครับว่าการไร้เงาของ มาเน นั้นก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบสักเท่าไรนัก เพราะตอนนี้แผนการเล่น และระบบการเล่นของคล็อปป์นั้นก็มีประสิทธิภาพมากพอที่จะสามารถเปิดศึกต่อสู้กับทีมอื่นๆ ได้อย่างแน่นอน เพราะตอนนี้ลิเวอร์พูลก็ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมากนะครับไม่ว่จะเจอกับทีมยักษ์ใหญ่ขนาดไหนก็สามารถที่จะระเบิดฟอร์มการเล่นได้สุดยอดจริงๆ งานนี้ถึงแม้จะไม่มีเงาของ มาเน แต่ก็เชื่อนะครับว่านักเตะที่อยู่นั้นทีมนั้นก็มีประสิทธิภาพมากพอที่จะสามารถนำพาทีมประสบความสำเร็จได้นั่นเอง อย่างไรก็ตามนั้นไม่ว่าคล็อปป์จะดึงนักเตะคนไหนไปแทนตำแหน่งเชื่อเถอะครับว่าทุกคนที่ได้ลงแข่งขันนั้นก็จะสามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานมาให้แฟนๆ ชื่นชอบได้อย่างแน่นอน และนักเตะในทีมทุกคนั้น ก็เต็มที่กันสุดยอดในทุกๆ เกมอยู่แล้ว

ลุ้นผีขย้ำแมวดำ ชนะ4 นัดติด

แมวดำ ซันเดอร์แลนด์ ยังเป็นอีก 1 ทีมขาประจำที่มักจะลงไปจองพื้นที่บริเวณโซนแดง ลุ้นตกชั้นมาเกือบ3-4 ฤดูกาลที่ผ่านมา รวมถึงปีนี้พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะดันทีมขึ้นมาอยู่โซนกลางตารางได้ ก่อนหน้านี้ไม่พบกับชัยชนะเลยแต่ ใน6เกมที่ผ่านมามี 3 คะแนนถึง 3 เกมก็ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี ในขณะเกมล่าสุดก็เอาชนะ วัตฟอร์ดมาได้ 1-0 นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อ แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ถือว่า โจเซ่ มูรินโญ่ เริ่มที่จะพายเรือเข้าฝั่งมากขึ้นหลังจากที่ หลงทิศหลงทางหนีออกไปกลางทะเลอยู่หลายนัด การชนะ 3 เกมติดของพวกเขาเป็นการสร้างกำลังใจและแรงฮึดสู้ในเกมต่อๆไป ซึ่งคู่ปรับของเขามี แมวดำ อยู่ 1 ในนั้น ถ้ามองที่ 5 เกมที่ผ่านมา แมนยูและ ซันเดอร์แลนด์ ชนะ ทีมละ2 แล้วเสมอกัน 1 ครั้ง นัดล่าสุด ซันเดอร์แลนด์ ขโมย 3 คะแนนที่สำคัญ ช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นเมื่อปีที่แล้วด้วยสกอร์ 2-1

เกมนี้จะเป็นการล้างอายคืนของแมนฯยูหรือไม่ มาดูที่สภาพความพร้อมของทีม ปีศาจแดง กันดีกว่า อิบราฮิโมวิช กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม หลังจากที่นัดที่ผ่านมายิงคนเดียวถึง 2 ประตูให้ทีมเอาชนะเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนมาได้  ส่วนแดงหลัง น่าจะได้ คริส สมอลลิ่ง กลับมาพร้อมกับ เอริค บาญี่ แต่น่าจะไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง ทีมได้กัปตันทีมกลับมาใน2 นัดที่ชนะ น่าจะลงเล่นเป็นตัวจริง ส่วน อองโตนี มาร์กซิยาล น่าจะให้พักเพื่อที่จะเอาไว้เล่นคู่กับ รูนี่ย์ในช่วง บ็อกซิ่ง เดย์ เดวิด มอยส์ จะกลับมาเจอกับทีมเก่าแต่ว่าเขาเจอปัญหานักเตะเข้ามากวนใจ ไม่ว่าจะเป็น อัดนาน ยานาไซ ไม่สิทธิ์ ลงเล่นในเกมนี้ แล้วยังมาเจอลูกทีมเจ็บกันไปค่อนทีมทำให้แดนหลังกลายเป็นจุดอ่อนไป แต่เกมรับก็ยังเหลือ เจอร์เม้นท์ เดโฟกับ ฟาบิโอ บอรินี่ เกมนี้น่าจะเป็นเกมรับสภาพของ ซันเดอร์แลนด์ จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของแมวดำ

วิเคราะห์ หงส์แดง ชน พี่หม้อ

เกมนัดที่ 18 ของพรีเมียร์ลีก ที่สนามแอนฟิลด์กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อ พี่หม้อ สโต๊ค ซิตี้ ขเข้ามาท้าดวลกันในช่วงที่ลิเวอร์พูลกำลังต้องการ 3 คะแนน หลังจากที่ตามหลัง เชลซีไปถึง 6 คะแนนทำให้พวกเขาต้องรีบเร่งทำคะแนนตามตีตื้นมาให้ได้ การมาเจอกับ สโต๊ค ซิตี้ ผลงานกำลังอยู่ในช่วงที่เป็นผลดีต่อ ลิเวอร์พูล มากด้วยการที่ไม่ค่อยจะเข้าที่เข้าทางในเรื่องของทีม ปัญหานักเตะเข้ามาเล่นงานมาร์ค ฮิวส์ ซะจนต้องเปลี่ยนระบบการเล่นแต่ก็พอที่จะพยุงทีมขึ้นมาได้ในช่วง 2 เกมสุดท้ายที่เสมอมาทั้ง 2 เกม นัดนี้เป็นนัดที่ 99 ของลิเวอร์พูลที่เจอกับ สโต๊ค ซิตี้ ก่อนหน้านี้ 98เกม ลิเวอร์พูลชนะ 52 เกม สโต๊ค ซิตี้ ชนะเพียงแค่ 19 เกมในขณะที่ 27 เกมจบลงด้วยการเสมอกัน ส่วนใน5เกมหลังสุดรวมทุกรายการ สโต๊ค ชนะ 1 แพ้ถึง 4 เกม

เรื่องอขงสถิติทุกอย่างก็น่าจะพอเดาได้ว่าเกมในนัดนี้จะออกมาเป็นอย่างไร นักเตะของลิเวอร์พูลเจอร์เก้นท์ คล็อปปื จะให้โอกาส แดนเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมนี้ หลังจากที่ช่วยให้ทีมเอาชนะเอฟเวอรืตัน ในศึกเมอร์ซี่ไซต์ ดาร์บี้แมตซ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คล็อปป์ มองเห็นว่าเส้นทางลุ้นแชมป์ของลิเวอร์พูลกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่หายไปตั้งแต่ที่เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โจเอล มาติป มีอาการเจ็บที่เข่า ไม่สามารถลงเล่นในนัดที่เจอกับ สโต๊ค ซิตี้ ทำให้ต้องส่ง แรคนราล คราวัล ลงมาเล่นเซ็นเตอร์แบ็ค คู่กับ เดยาน ลอฟเรน ทางด้านของสโต๊ค ซิตี้ ได้ เซอร์ดราาน ชากิรี่กลับมาในนัดนี้ โดยมี โบยาน จะเป็นกองหน้าต่ำที่ทักจะยิงประตูแรกให้กับทีมได้เกือบทุกเกม และทีมไม่มี อันนาโตวิชทำให้ต้องส่ง โจนาธาน วอลเตอร์เป็นหน้าเป้า