เชลซีระเบิดฟอร์มเอาชนะ สโต๊ด ยับ 4-2 รั้งจ่าฝูง

สิงโตน้ำเงินคราม ก็สามารถที่จะรั้งบัลลังก์จ่าฝูงได้ต่อไปอีกแล้วนะครับ ซึ่งในเกมนี้ก็ได้เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ สโต๊ด ซิตี้ ซึ่งก็สามารถที่จะยิงกระจุย 4-2 พร้อมสามารถที่จะเก็บชัยชนะ 13 นัดติดต่อกัน ซึ่งคาดการณ์กันว่าเชลซีน่าจะครองจ่าฝูงพรีเมียร์ลีก กันแบบยาวๆ ต่อเนื่องกันไปนั่นเอง

การคุมทีมของ อันโรนิโอ คอนเต้ นั้นก็สามารถที่จะแสดงให้เห็นว่าสามารถนำพาเชลซีนั้นประสบความสำเร็จได้อย่างเห็นได้ชัดซึ่งในเกมนี้นั้นในช่วงครึ่งแรกนั้นก็เปิดเกมมาได้แค่ 6 นาทีเท่านั้น ทาดง้านเจ้าบ้านนั้นก็มีโอกาสที่จะเปิดทักทายทีมเยือนไปก่อนนะครับ โดยทางด้าน วิลเลี่ยนนั้นก็ได้ไหลบอลมาให้กับ ก็องเต้ ก่อนที่จะดีดออกเสาไปนิดเดียวเอง ดูเหมือนในเกมนี้นั้นทั้งสองทีมเกมก็น่าจะสู่สีกันมาก เพราะทางด้านสโต๊ค ซิตี้ เองนั้นก็มีโอกาสในการทำประตูอยู่เช่นกัน ซึ่งทางด้าน ชาร์ลี อดัม นั้นก็ได้เล่นลูกสูตรจากฟรีคิกมาให้ ชากิรี่ ก่อนที่จะวิ่งเข้ามายิงข้ามคานออกไปน่าเสียดาย แต่แล้วในนาทีที่ 33 ทางด้านเจ้าถิ่นก็สามารถที่จะทำประตูขึ้นนำไปได้ก่อนนะครับ 1-0 โดยลูกนี้ เชล ฟาเบรกาส นั้นก็ได้เปิดลูกเตะมุมมาให้ เคฮิลล์เข้ามาโหม่งเข้ากรอบไปนั่นเอง จบเกมในช่วงครึ่งแรก เชลซีขึ้นนำไปก่อน 1-0 เปิดเกมครึ่งหลังมาได้แปปเดียวทางด้านสโต๊ด ซิตี้ นั้นก็สามารถที่จะตีประตูเสมอได้สำเร็จ 1-1 โดย บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้ นั้นก็ได้ซัดเข้ากรอบไปนั่นเอง แต่แล้วทางด้านเชลซีก็ไม่ยอมนะครับก็มาได้ประตูขึ้นนำอีก โดยในลูกนี้นั้น ทางด้าน วิลเลี่ยน ก็ได้ตวัดยิงด้วยซ้ายเข้ามุมไปอย่างสวยงาม 2-1 แต่แล้วถัดมาไม่เท่าไรทางด้านสโต๊ด ซิตี้ นั้นก็มาได้ประตูตีเสมออีก ซึ่งลูกนี้ทางด้าน ปีเตอร์ เคร้าช์ ก็ซัดเข้ากรอบไปเน้นๆ เข้ากรอบไปอย่างสวยงาม 2-2 แต่สุดท้ายแล้วทางด้านเชลซีนั้นก็มายิงเพิ่มได้อีก 2 ลูก โดยในนาทีที่ 65 ทางด้านวิลเลี่ยนก็ได้ยิงประตูที่ 3 ให้กับเชลซีไป ส่วนอีกลูกนั้น โดยคอสต้านั้นก็ได้หวดเข้ากรอบไปเป็นลูกปิดท้ายที่สวยงามจบเกม เชลซีเปิดบ้านเอาชนะ สโต๊ด ซิตี้ไป 4-2 เก็บสามแต้มสำคัญได้สำเร็จพร้อมรั้งจ่าฝูงอีกครั้ง เรียบเรียงข้อมูลโดยทีมงาน sbo ประเทศไทย

ซันเดอร์แลนด์ เจ็บทั้งทีมรูปผลชนแมนฯยู

ไม่ต้องแข่งก็น่าจะรู้ได้เลยว่าเกมที่ แมวดำ ซันเดอร์แลนด์ จะออกไปเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด น่าจะเป็นเกมที่เหนื่อยมากสำหรับ เดวิด มอยส์ แค่เจ็บก็ไม่ต่ำกว่า 9 คนเข้าไปแล้วยังมาโดนกฎที่ อัดนาน ยานาไซ ไม่สามารถลงเล่นเจอกับทีมต้นสังกัดได้ในช่วง บ็อกซิ่ง เดย์ ด้วยกติกาการยืมตัวมาจาก แมนฯยู กองหลังตัวหลัก2 คน บิลลี่ โจนส์ กับ ชาวี่ มากีโญ่ ก็จะไม่ได้ลงเล่นในเกมนี้ หลังจากที่เจ็บในนัดที่เจอกับวัตฟอร์ดช่วยให้ทีมเอาชนะมาได้ 1-0 แพ็ดดี้ แมคแนร์ ก็เป็นอีกคนที่ไม่ได้ลงเล่นเนื่องมีอาการบาดเจ็บ ทำให้หลังตอนนี้เป็นจุดที่น่ากลัวที่สุดของ แมวดำ เกมรุก จะไม่มี ลี คัตเทอร์มอลล์ ดันแคน วัตมอร์และ แจ็ค รอตเวลส์ แต่น่าจะได้ สตีเว่น พีนาร์ด ฟิตทันลงช่วยเกมรุกในนัดที่เจอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

วัดกันปอนด์ต่อปอน์ด สภาพทีมของ ซันเดอร์แลนด์ บอบช้ำมาก นักเตะที่ดึงเข้ามาเล่นแทนก็ไม่น่าจะทดแทนตัวหลักได้ ทีมก็อยู่ในอันดับที่ 18 แต่ถ้าเกิดพลิคเอาชนะแมนฯยูมาได้ จะเป็นผลดีต่อทีมและ เดวิด มอยส์ ที่ก้าอี้กำลังสั่นอยู่  แมวดำ มีทีเด็ดอย่าง เจอร์เม้นท์ เดโฟ ดาวซัลโวของทีมที่ยิงไปแล้ว 8 ประตู น่าจะพอต่อกรได้ในระดับหนึ่งแล้วสิ่งที่ มอยส์ ต้องเตรียมตัวในการมาเยือนแมนฯยูก็คือ ห้ามเล่นลูกกลางอากาศเพราะว่าแมนฯยูเป็นทีมอันดับ 1 ของพรีเมียร์ลีกที่มีผลชนะการดวลลูกกลางอากาศมากที่สุดสูงถึง 57.4% ต้องขึ้นบอลทางริมเส้นฝั่งซ้ายหรือขวา ที่คาดว่าน่าจะเป็น อันโตนิโอ วาเลนเซีย กับ มัตติโอ ดาร์เมี่ยนที่ลงเล่นในเกมนี้ เป็นผู้เล่นที่มักจะเติมเกมสูง ถ้าจังหวะสวนกลับ ฉีก เดโฟ มาเอาบอลตรงริมเส้น น่าจะเป็นพื้นที่ที่ดีที่สุดที่จะสวนกลับ แมนฯยู

ลุ้นผีขย้ำแมวดำ ชนะ4 นัดติด

แมวดำ ซันเดอร์แลนด์ ยังเป็นอีก 1 ทีมขาประจำที่มักจะลงไปจองพื้นที่บริเวณโซนแดง ลุ้นตกชั้นมาเกือบ3-4 ฤดูกาลที่ผ่านมา รวมถึงปีนี้พวกเขาก็ไม่สามารถที่จะดันทีมขึ้นมาอยู่โซนกลางตารางได้ ก่อนหน้านี้ไม่พบกับชัยชนะเลยแต่ ใน6เกมที่ผ่านมามี 3 คะแนนถึง 3 เกมก็ถือว่าเป็นไปในทิศทางที่ดี ในขณะเกมล่าสุดก็เอาชนะ วัตฟอร์ดมาได้ 1-0 นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีต่อ แต่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ถือว่า โจเซ่ มูรินโญ่ เริ่มที่จะพายเรือเข้าฝั่งมากขึ้นหลังจากที่ หลงทิศหลงทางหนีออกไปกลางทะเลอยู่หลายนัด การชนะ 3 เกมติดของพวกเขาเป็นการสร้างกำลังใจและแรงฮึดสู้ในเกมต่อๆไป ซึ่งคู่ปรับของเขามี แมวดำ อยู่ 1 ในนั้น ถ้ามองที่ 5 เกมที่ผ่านมา แมนยูและ ซันเดอร์แลนด์ ชนะ ทีมละ2 แล้วเสมอกัน 1 ครั้ง นัดล่าสุด ซันเดอร์แลนด์ ขโมย 3 คะแนนที่สำคัญ ช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นเมื่อปีที่แล้วด้วยสกอร์ 2-1

เกมนี้จะเป็นการล้างอายคืนของแมนฯยูหรือไม่ มาดูที่สภาพความพร้อมของทีม ปีศาจแดง กันดีกว่า อิบราฮิโมวิช กำลังอยู่ในช่วงท็อปฟอร์ม หลังจากที่นัดที่ผ่านมายิงคนเดียวถึง 2 ประตูให้ทีมเอาชนะเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนมาได้  ส่วนแดงหลัง น่าจะได้ คริส สมอลลิ่ง กลับมาพร้อมกับ เอริค บาญี่ แต่น่าจะไม่ได้ลงเล่นเป็นตัวจริง ทีมได้กัปตันทีมกลับมาใน2 นัดที่ชนะ น่าจะลงเล่นเป็นตัวจริง ส่วน อองโตนี มาร์กซิยาล น่าจะให้พักเพื่อที่จะเอาไว้เล่นคู่กับ รูนี่ย์ในช่วง บ็อกซิ่ง เดย์ เดวิด มอยส์ จะกลับมาเจอกับทีมเก่าแต่ว่าเขาเจอปัญหานักเตะเข้ามากวนใจ ไม่ว่าจะเป็น อัดนาน ยานาไซ ไม่สิทธิ์ ลงเล่นในเกมนี้ แล้วยังมาเจอลูกทีมเจ็บกันไปค่อนทีมทำให้แดนหลังกลายเป็นจุดอ่อนไป แต่เกมรับก็ยังเหลือ เจอร์เม้นท์ เดโฟกับ ฟาบิโอ บอรินี่ เกมนี้น่าจะเป็นเกมรับสภาพของ ซันเดอร์แลนด์ จบลงด้วยความพ่ายแพ้ของแมวดำ

วิเคราะห์ หงส์แดง ชน พี่หม้อ

เกมนัดที่ 18 ของพรีเมียร์ลีก ที่สนามแอนฟิลด์กำลังจะเกิดขึ้นเมื่อ พี่หม้อ สโต๊ค ซิตี้ ขเข้ามาท้าดวลกันในช่วงที่ลิเวอร์พูลกำลังต้องการ 3 คะแนน หลังจากที่ตามหลัง เชลซีไปถึง 6 คะแนนทำให้พวกเขาต้องรีบเร่งทำคะแนนตามตีตื้นมาให้ได้ การมาเจอกับ สโต๊ค ซิตี้ ผลงานกำลังอยู่ในช่วงที่เป็นผลดีต่อ ลิเวอร์พูล มากด้วยการที่ไม่ค่อยจะเข้าที่เข้าทางในเรื่องของทีม ปัญหานักเตะเข้ามาเล่นงานมาร์ค ฮิวส์ ซะจนต้องเปลี่ยนระบบการเล่นแต่ก็พอที่จะพยุงทีมขึ้นมาได้ในช่วง 2 เกมสุดท้ายที่เสมอมาทั้ง 2 เกม นัดนี้เป็นนัดที่ 99 ของลิเวอร์พูลที่เจอกับ สโต๊ค ซิตี้ ก่อนหน้านี้ 98เกม ลิเวอร์พูลชนะ 52 เกม สโต๊ค ซิตี้ ชนะเพียงแค่ 19 เกมในขณะที่ 27 เกมจบลงด้วยการเสมอกัน ส่วนใน5เกมหลังสุดรวมทุกรายการ สโต๊ค ชนะ 1 แพ้ถึง 4 เกม

เรื่องอขงสถิติทุกอย่างก็น่าจะพอเดาได้ว่าเกมในนัดนี้จะออกมาเป็นอย่างไร นักเตะของลิเวอร์พูลเจอร์เก้นท์ คล็อปปื จะให้โอกาส แดนเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ลงเล่นเป็นตัวจริงในเกมนี้ หลังจากที่ช่วยให้ทีมเอาชนะเอฟเวอรืตัน ในศึกเมอร์ซี่ไซต์ ดาร์บี้แมตซ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คล็อปป์ มองเห็นว่าเส้นทางลุ้นแชมป์ของลิเวอร์พูลกลับมาอีกครั้ง หลังจากที่หายไปตั้งแต่ที่เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โจเอล มาติป มีอาการเจ็บที่เข่า ไม่สามารถลงเล่นในนัดที่เจอกับ สโต๊ค ซิตี้ ทำให้ต้องส่ง แรคนราล คราวัล ลงมาเล่นเซ็นเตอร์แบ็ค คู่กับ เดยาน ลอฟเรน ทางด้านของสโต๊ค ซิตี้ ได้ เซอร์ดราาน ชากิรี่กลับมาในนัดนี้ โดยมี โบยาน จะเป็นกองหน้าต่ำที่ทักจะยิงประตูแรกให้กับทีมได้เกือบทุกเกม และทีมไม่มี อันนาโตวิชทำให้ต้องส่ง โจนาธาน วอลเตอร์เป็นหน้าเป้า

วัดไปเลย 3 นักเตะที่ลุ้นดาวซัลโว

ตอนนี้พรีเมียร์ลีกได้เดินทางมาถึงช่วงครึ่งทางแข่งขันกันไปแล้ว 18เกมก็น่าจะพอถึงเวลาว่าใครกันนั้นน่าจะมีโอกาสได้เป็นดาวซัลโวในฤดูกาลนี้โดยดูจากผลงาน (คอสต้า,ซานเชส,อิบราฮิโมวิช)วิเคราะห์คนแรกก่อนเลย ดิอาโก้ คอสต้า กองหน้าชาวสเปนที่เป็นกำลังสำคัญของทีมไปโดยปริยายความแข็งแกร่งของเขามากเพียงพอที่จะเบียดบังพิงแล้วยิงได้ทุกโอกาสถ้าบอลถึงเขาไม่ประกบ 2รับรองว่ามีโอกาสเสียประตูได้เลย แต่เกมล่าสุดไม่ได้ลงเล่นในนัดที่ทีมเจอกับบอร์นมัธเพราะว่ามีอาการบาดเจ็บแต่เป็นเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น ประตูรวมอยู่ที่ 13 ถ้าเจ็บไม่หนักก็น่าจะเป็นตัวเต็ง 1

คนที่ 2 อเล็กซิส ซานเชส จากกองหน้า อาร์เซน่อล รายนี้ได้โอกาสลงเล่นเป็นกองหน้าเป้าหลังจากที่ชิรูด์เจ็บทำให้มีโอกาสยิงประตูเยอะมาถึง 12ประตู แต่ว่าถ้าซานเชสฟอร์มนิ่งไปใน 2เกมหลังที่เจอกับอาร์เซน่อลและเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน แต่จุดแข็งเขาคือการแอสซิตและยิงลูกไกลได้ดีทำให้มันขึ้นอยู่กับโอกาสทำให้กลลายเป็นนักเตะดาวซัลโวเต็ง3ไป คนสุดท้าย ซลาตัน อิบราฮิโมวิช รายนี้อันตรายมากโชคดีมากที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้มาฟรีทำประโยชน์ให้ทีมมากด้วยการยิงไปแล้ว 12ประตูเท่ากับ ซานเชส แต่10เกมหลังสุดรวมทุกรายการยิงไป 11ประตู 3เกมหลังในพรีเมียร์ลีกก็ยิงไปทุกเกมรวม 4ประตูนับว่าน่าจะเป็นม้ามืดที่อันตายเทียบชั้นแข่งขันกับ ดิอาโก้ คอสต้า ได้อย่างสบายแต่ที่วางไว้เป็นเต็ง 2เพราะว่าโอกาสของเขาใช้น้อยก็จริง แต่ก็ต้องลุ้นว่าเกมนั้นๆเพื่อนร่วมที่จะพาโอกาสมาหาเขาได้มากเท่าไหร่

คอนเต้ผู้ปลุกวิญญาณ”สิงห์บลูส์”ขึ้นมาอีกครั้ง

หลังจากที่เชลซีเมื่อฤดูกาลที่แล้วโดนลูบคมอย่างเห็นได้ชัดจนต้องจบฤดูกาลไปด้วยการอยู่กลางตารางไม่ได้รักษาแชมป์ไม่ว่าแต่ดันไม่ได้ไปเล่นในบอลถ้วยยุโรปเลยสักรายการนั้นถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ต่อทีมที่ลงทุนไปไม่น้อย ยุคนั้นเป็นการคุมทีมของโจเซ่ มูรินโญ่ก่อนที่จะ กุส ฮีดดิ่ง จะรับหน้าที่ชั่วคราวขึ้นมาคุมแทนแต่ว่าก็ดีในระดับหนึ่งจนได้ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือทีมชาติอิตาลี ที่โดนดึงตัวมาให้รับหน้าที่นี้แทนในช่วงแรกอาจจะมีเรื่องของมือใหม่ที่เข้ามาเล่นในพรีเมียร์ลีกและการฟอร์มทีมของเขาก็ค่อนข้างน้อยเกินไปทำให้มีสะดุดบ้างแต่ก็ไม่ได้เป็นผลอะไรต่อทีมล่าสุดนำโด่งเป็นจ่าฝูง

ผลงานนี้เป็นสุดยอดผลงานที่ชนะติดต่อกันมา 12เกมรวดไม่มีเสมอหรือแพ้มาคั้นเลยนับว่าเป็นสิ่งที่น่าจะดีต่อใจของแฟนบอลเชลซี ตอนนี้มี 46คะแนนชนะไปแล้ว 15เกมประตูได้เสีย27 คะแนนเฉลี่ย 2.5คะแนนเยอะมาก แถมเฉลี่ยจำนวนโอกาสยิง15.4 ครั้งต่อเกมนับว่าเป็นทีมที่น่ากลัวมากในเรื่องของการโจมตี นักเตะที่ท็อปฟอร์มที่สุดจากเว็บสื่ออังกฤษชื่อดัง เอเด็น อาซาร์ นำโด่งมาด้วยการได้คะแนนไป8.05 ตามาที่อันดับ 2 ดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีก ดิอาโก้ คอสต้า ยิงไปแล้ว 13ประตู ในเกมบ็อกซิ่งเดย์ไม่ได้ลงเพราะว่ามีอาการบาดเจ็บถึงไม่ได้ลงไม่ได้ยิงเพิ่มก็ไม่มีใครยิงตามตีเสมอคะแนนได้ไป 7.77คะแนน คนสุดท้ายรายนี้ถือว่าเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเชลซีแล้ว อันโตนิโอ คอนเต้ก็ไว้เนื้อเชื้อใจให้ลงเล่นเป็นปีกซ้ายเขาก็คือ มาร์กอส อลอนโซ่ นั้นเอง ได้คะแนน 7.53 ตำแหน่งที่ 3ของทีมไม่ได้มาเพราะว่าโชคช่วยฝีเท้าล้วนๆ